หมวดเมนูลัด

อัลบั้มภาพ
นาฬิกาและปฏิทิน







ประวัติย่่อ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ
เจ้าอาวาสวัดหนองแวง  ตำบลทุ่ม อำเภอเมือง  จังหวัดศรีสะเกษ

                    ยามเด็กก็เล่าเรียนหมั่นเขียนอ่าน     ยามหนุ่มสาวหมั่นทำงานหาทรัพย์สิน
ยามแก่เฒ่าเฝ้าภาวนาเป็นอาจิณ                  ทำอย่างนี้ก็จะสิ้นความทุกข์กาย
             ความโมโหโกธาพากลัดกลุ้ม           ดุจเพลิงสุมดวงจิตพิษหลากหลาย
มักก่อเรื่องเคืองขุ่นให้วุ่นวาย                      บ่อนทำลายดวงจิตคิดความดี      
โกรธแล้วสร้างศรัตรูคู่อาฆาต          เกิดวิวาทฆ่าฟันกันป่นปี้
 ไฟโกรธดับลำบากยากเต็มที                       นอกจากมีขันติธรรมคำเตือนตน
  อันลาภยศพาไปไม่ได้แน่                 เว้นเสียแต่ต้นทุนบุญกุศล
ทิ้งสมบัติเอาไว้ให้ปวงชน                          แม้นกายตนเขายังเอาไปเผาไฟ
ในโลกนี้มีอะไรไม่เที่ยงแท้                 เกิดมาแก่ทุกคนพ้นที่ไหน
       ไม่อยากตายไม่อยากแก่แน่เมื่อไร              ถึงคราวไปให้พลัดพรากได้จากกัน
            แม้รวยทรัพย์สมบัติพัสถาน               ทั้งที่บ้านใหญ่โตโอ้หลายชั้น      
เมื่อถึงคราวจะตายวายชีวัน                        บ้านเรือนนั้นทิ้งไว้ไปคนเดียว
                 แสวงบุญกันเถิดให้เกิดผล                อบรมตนอบรมกายหมายยึดเหนียว
     อบรมจิตอบรมใจให้ดีเชียว                        เกิดมาเที่ยวเดี๋ยวตายให้ตรองดู     
            ให้ยึดมั่นในคำสอนก่อนจะจาก      ก่อนจะพรากโลกไปไม่หดหู่   
มีแสงธรรมนำชีวิตจิตเฟื่องฟู                      แสงธรรมชูส่องทางสว่างใจ   
โลภโกรธหลงสามอย่างนั้นทางผิด  อบรมจิตดีแน่รีบแก้ไข
 เพื่อวิมุดหลุดพ้นผลกำไร                            เราจะไม่เกิดแก่อีกแน่นอน     
                         เมื่อทำจิตให้สงบจะพบสุข              นิราชทุกข์เพราะพระธรรมคำสั่งสอน
  จิตสำรอกเป็นกิเลศเขตสังวร                        จิตจะย้อนสู่นิพพานสำราญเอย

หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ  เป็นบุตรีของคุณพ่อสี และคุณแม่สี  คำฤาชา เกิดเมื่อวันที่  เดือนตุลาคม  พ.ศ. 2480   ที่บ้านเลขที่ 85  หมู่ที่ 2  บ้านหนองจิก  ตำบลโนนเพ็ก  อำเภอเมืองในขณะนั้น  ปัจจุบันคืออำเภอพยุห์  จังหวัดศรีสะเกษ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 6 คนคือ

1.             คุณแม่ภู  ขุมทอง                       เสียชีวิตแล้ว

2.             คุณแม่สุดชาฏา  บุญศรี              ยังมีชีวิตอยู่

3.             คุณพ่ออ่อนสา   คำฤาชา            เสียชีวิตแล้ว

4.             หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ(คำฤาชา)  หลวงพ่อที่มรณภาพขณะนี้

5.             คุณพ่อสาลี  คำฤาชา                  ยังมีชีวิตอยู่

6.             คุณพ่อประกอบ  คำฤาชา          ยังมีชีวิตอยู่

      
ด้านการศึกษา

หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ  เรียนจบชั้นป.๔ ที่โรงเรียนวัดบ้านโนนเพ็ก ได้รับการศึกษาอ่านออกเขียนได้ตามสภาพของการศึกษาสมัยนั้น  และได้รับการอบรมเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างดีจากคุณพ่อสี และคุณแม่สี  คำฤาชา เป็นอย่างดี อายุ 16 ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ศรี มีพระครูเมธีธรรมศาสน์เป็นพระอุปัชฌาย์ สังกัดวัดบ้านหนองจิก ตำบลโนนเพ็ก อำเภอเมือง(อำเภอพยุห์) จังหวัดศรีสะเกษ

ในปี พ.ศ. 2416 ย้ายสำนักไปศึกษาปริยัติธรรมที่วัดบ้านดวนใหญ่  อำเภอเมือง(อำเภอวังหิน) จังหวัดศรีสะเกษ ศึกษาที่สำนักนั้น 4 ปี สอบได้นักธรรมชั้นโท

ในปี พ.ศ. 2500 ไปศึกษาที่วัดมหาพุทธาราม(วัดพระโต) และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีพระครูพุทธพงษ์พิพัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมจินดามาหามิณี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระใบฎีกาปิ่นทอง เป็นอนุศาสนาจารย์

ปี พ.ศ. 2502 เปลี่ยนชื่อจากบุดดี เป็นสุธีร์ ในนามฉายาว่า “เมธโก”

ปี พ.ศ. 2504 ได้รับฐานานุกรม เป็นพระใบฎีกาสุธีร์ เมธโก ในพระราชจินดามุณี เจ้าคณะจังหวัด     ศรีสะเกษ ศึกษาในสำนักวัดมหาพุทธารามได้ 6 พรรษา ได้นักธรรมชั้นเอก  ฝ่ายโลกได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ปี พ.ศ. 2506 ย้ายไปศึกษาเล่าเรียนที่สำนักวัดมหาธาตุวรราชรังสฤษฏ์ สังกัดที่วัดใหม่ช่องลม พราณนกสามแยกไฟฉาย

              ปี พ.ศ. 2507 พระอาจารย์พระปลัดลี โกวิโท ในขณะนั้น(พระครูนวกิจไพบูรย์) ไดให้ช่วยสอนธรรม-บาลี ที่วัดดวนใหญ่

              ปี พ.ศ. 2508 ได้ลาสิกขาจากบรรพชิตมาเป็นคฤหัสถ์ รามอายุพรรษาที่บรรพชา อุปสมบทได้ 12 พรรษา

 ชีวิตการครองเรือน

            ปี พ.ศ. 2511 ได้แต่งงานกับคุณแม่ซุน  ทรงกลด มีบุตรธิดา    5 คน ได้แก่

1.    นางทองย้อย  ศรีชัย สกุลเดิมคำฤาชา  สมรสกับนายสายัณต์  ศรีชัย  มีบุตรด้วยกัน  1  คน  ประกอบอาชีพทำนา

2.    นายวณิชย์  คำฤาชา  สมรสกับนางมะลิ  คำฤาชา สกุลเดิมไชยสิทธิ์  มีบุตรด้วยกัน  2  คน   ประกอบอาชีพ พนักงานขับรถที่วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ

3.   นายชินวร  คำฤาชา  สมรสกับนางสุรัตดา  คำฤาชา สกุลเดิมมารยาท  มีธิดาด้วยกัน  2  คน  ประกอบอาชีพ ทำธุรกิจอู่ซ่อมรถที่กรุงเทพฯ

4.   นางสุนิสา  พุ่มดี สกุลเดิมคำฤาชา สมรสกับนายประเนตร  พุ่มดี  ประกอบอาชีพพนักงานบริษัท  เอสโซ่ที่กรุงเทพฯ

5.   นางสาวลักขณา  คำฤาชา  ประกอบอาชีพเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม

  ด้านสังคม 

หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ เป็นชอบทำบุญ บริจาคทาน สร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ เป็นนิจตามแต่กำลังศรัทธา มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตใจเป็นกุศลอยู่เสมอ ละความโลภโกรธหลง ทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่ลูกๆและหลานๆตลอดเวลา มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา พระรัตนตรัยจนมั่นคง สวดมนต์ทำวัตรเป็นนิจ เมื่อมีกิจชาวบ้านช่วยงานพี่น้องอย่างเต็มใจโดยปราศจาคอคติใดๆ หวังบุญกุศลมากอย่างยิ่งในชาติหน้า ไม่อยากกลับมาเกิดอีกถ้าหากดับได้ สร้างนิสัยเป็นพระอยู่ตลอดเวลา สนุกสนานกับเพื่อนทุกคนตามควร และมีสันโดษตามมีตามมีเท่าที่กำลังกาย กำลังใจของตนจะทำได้

วันที่ เดือนกันยายน  พ.ศ. 2522 ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ซึ่งมี          นายเกษ  กิ่งสกุล เป็นกำนันตำบลทุ่ม จนถึงวันที่ เดือนเมษายน  พ.ศ. 2533 ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนกำนันเกษ  กิ่งสกุลที่เกษียณอายุ ปี พ.ศ. 2538 แยกหมู่บ้านหนองแวงจากบ้านหนองม่วงมาเป็นหมู่ 12

ผลงานในขณะดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8

1.             ได้รับงบประมาณสร้างคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ กว้าง 5 เมตร  ยาว 300 เมตร

2.             ได้รับงบประมาณน้ำประปา

3.             ได้รับงบประมาณขุดหนองม่วง ขุดหนองแวง หนองคะหญ้า หนองบัวลุบ

4.             ได้รับงบประมาณตั้งกลุ่มอาชีพเสริมกลุ่มแม่บ้านทอผ้ากี่กระตุก อบรมซ่อมเครื่องยนต์เล็กแก่เยาวชน

5.             เป็นผู้นำชักชวนชาวบ้านสร้างอุโบสถ์จนสำเร็จ

ผลงานในขณะดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12

1.             ได้รับงบประมาณสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 4 เมตร ยาว 700 เมตร

2.             ขอหอกระจายข่าว และเต้นจาก ส.ส.กุเทพ  ใสกระจ่าง จำนวน  หลัง

3.             ขอเต้น จาก ส.ส.บุญทรง  วีสมหมาย  จำนวน  1  หลัง

  เมื่อวันที่  4  เดือนตุลาคม พ.ศ. 2540 เกษียณอายุราชการ และยังได้รับหน้าที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน 

ในด้านประเพณีต่างๆตามชาวบ้านใกล้ไกลต่างๆ

  เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เดือนกรกฎาคม  พ.ศ. 2547 บ้านหนองแวงได้ก่อตั้งที่พักสงฆ์ในเนื้อที่ 3 ไร่ขึ้น โดยงบประมาณที่ได้รับจากคณะกฐิน และผ้าป่าสามัคคีจากกรุงเทพมหานครโดยการนำของพระมหาเฉลิมชัย  ปภัสสโร วัดสุวรรณาราม(วัดทอง)  หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ ในขณะนั้นได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจึงได้ลาภรรยา บุตรธิดา เข้าอุปสมบทตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ต่อมาได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีก 6 ไร่ และได้รับแต่งตั้งเป็นวัดหนองแวงในปี พ.ศ.2551 

       ในวันที่  6  เดือนธันวาคม  พ.ศ. 2552 หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ ได้รับตราตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองแวงเป็นต้นมา

 ด้านสุขภาพร่างกาย

  ปกติหลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง ปฏิบัติหน้าที่นำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนามาเผยแพร่แก่ปถุชนด้วยดีมาตลอด ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2557 หลวงพ่อมีอาการผิดปกติในร่างกาย จึงได้เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลประชารักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ หมอวินิจฉัยพื้นฐานว่าเป็นเนื้องอกที่ตับ และได้มาฟักพื้นอยู่ที่วัดเพื่อรอตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ต่อมาคณะกรรมการหมู่บ้านได้พาไปตรวจที่ศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย จึงได้กลับมารักษาตัวด้วยยาสมุนไพรอยู่ที่วัด วันที่ 18 เดือนมิถุนายน  พ.ศ.2557 หลวงพ่อพระอธิการสุธีร์  ฐิตสุโภ มีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยมาก ลูกหลานญาติโยมจึงได้นำส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยหลวงพ่อมีอายุมากบวกกับมีโรคร้ายรุมเร้าสุดที่หลวงพ่อจะต้านทานไหว ในวันที่  30  เดือนมิถุนายน  พ.ศ.2557  เวลา 10.42  น. หลวงพ่อได้สิ้นลมหายใจมรณภาพด้วยอาการอันสงบ

สิริอายุรวมได้ 76 ปี 8 เดือน 26 วัน

นาฬิกาหนึ่งสิบจุดสี่สอง           น้ำตานองจิตผวาพาหวั่นไหว
          ไม่มีเสียงเรียกขานเนิ่นนานไกล          พ่อไม่ไหวเหนื่อยอ่อนอยากผ่อนคลาย
สามศูนย์มิถุนาพาใจเศร้า          น้ำตาเคล้าคลออยู่มิรู้หาย
  ไหลอาบแก้มลูกอยู่คู่หญิงชาย           แทบมลายหัวใจดิ้นสิ้นร่มไทร
อันโพธิ์แก้วร่มใหญ่ได้ดับสิ้น          โพธิ์ไทรดิ้นต้านอยู่สู้ไม่ไหว 
     มีด้วงมอดหนอนใหญ่เจาะซอนไช          ต้นโพธิ์ได้ดับดิ้นสิ้นชีวา                    
 ทะเลกว้างมีคลื่นด้วยลมพัด             น้ำเซาะซัดเข้าฝั่งดังหนักหนา
ยังไม่เท่าคลื่นใจร้องไห้มา                   สิ้นชีวาพ่อแล้วแก้วดวงใจ       
       ร่างที่ไร้วิญญาณพ่อแน่นิ่ง          ลูกจะทิ้งร่างลงที่ตรงไหน      
จะสวมกอดนอนอยู่คู่กับใคร                พ่อมาไกลไปลับไม่กลับมา       
               หลับเถิดหนาไปดีให้มีสุข         พ่อหมดทุกข์ทุกอย่างเป็นนักหนา
อย่าอาวรณ์ลูกสร้างฝันดั่งเจตนา            เติมคุณค่าให้ตระกูลเพิ่มพูนวงศ์

**********************


เว็บไซต์ www.watnongwang.com
วัดหนองแวง (หลวงพ่อรวย) ต.ทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
 
เว็บสำเร็จรูป
×